คำถามที่พบบ่อย

 เราติดฟิล์มกรองแสงเพื่ออะไร ?

  • เพื่อลดปริมาณแสงสว่างที่มากเกินไป โดยเลือกความเข้มและสีสันที่ให้ความรู้สึกสบายตายามขับขี่ และเข้ากับสีของรถยนต์เพื่อความสวยงาม ทั้งยังช่วยให้เกิดความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วย

  • เพื่อลดความร้อนจากดวงอาทิตย์ ซึ่งทำให้เรารู้สึกไม่สบายกาย  อึดอัด เหงื่อออก หงุดหงิด และอ่อนเพลียได้ง่าย

ติดฟิล์มกรองแสงแบบไหนดี ?

  • ปัญหาคือไม่มีความรู้เรื่องฟิล์มกรองแสงเลย เห็นเป็นเพียงแค่แผ่นพลาสติกบางๆใสๆเท่านั้น  ดูได้เพียงสี กับความเข้มเท่านั้น คุณสมบัติอื่นๆ ต้องเชื่อตามร้านที่ไปติด ขาดการแนะนำที่ดี จึงมักเลือกใช้ฟิล์มตามการโฆษณา ทำให้สิ้นเปลืองเกินความจำเป็น 

ฟิล์มกรองแสงอะเมซอนดีอย่างไร ?

  • ฟิล์มกรองแสงอะเมซอน  ผลิตจากโรงงานฟิล์มกรองแสงชั้นนำของโลก (The World Film Leader Manufacturer) จึงมั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพ   ในระดับราคาที่ไม่แพง เพราะไม่ได้ใช้งบไปกับการโฆษณา แต่เน้นการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเพื่อเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงได้อย่างเหมาะสม  เป็นการช่วยชาติประหยัดเงินตราจากการนำเข้าฟิล์มกรองแสงและลดพลังงานสูญเสียจากการใช้ฟิล์มกรองแสงคุณภาพต่ำ

ชนิดของฟิล์มกรองแสง

  • ฟิล์มดำ มักจะเป็นฟิล์มแถม ราคาถูก เนื้อฟิล์มบาง ความหนา1 Mil (1/1000”) ช่วยลดความร้อนเพียงเล็กน้อย 20%-50%ตามค่าความเข้มในส่วนที่ตามองเห็นเท่านั้น ไม่สะท้อนด้านนอก ส่วนรังสีอินฟราเรด (IR)ซึ่งเป็นตัวการหลักที่เกิดความร้อนนั้นทะลุผ่านเกือบหมด  

  • ฟิล์มกรองแสงลดความร้อน ความหนา1.5 Mil (1/1000”) ลดความร้อนได้ 50%-90% ดีกว่าฟิล์มดำมาก เนื้อฟิล์มจะหนากว่าเพราะเคลือบชั้นละอองโลหะเพื่อสะท้อนความร้อนโดยเฉพาะรังสีอินฟราเรด(IR)ที่เป็นตัวการสำคัญ ส่วนมากจะเห็นเป็นเงาๆด้านนอกมักเรียกกันว่าฟิล์มปรอทแต่เนื่องจากปรอทเป็นโลหะอันตรายต่อร่างกายในปัจจุบันนิยมใช้เป็นโลหะผสมเพื่อให้ปลอดภัยแต่ก็ยังเรียกฟิล์มเงาๆว่าฟิล์มปรอท ราคาตามชนิดของฟิล์มว่าเป็นชนิดติดอาคาร(Residential Films) ซึ่งทนทาน อายุการใช้งานนานกว่าชนิดติดรถยนต์ (Automotive Films)

  • ฟิล์มใส เป็นฟิล์มกันร้อนชนิดสว่างพิเศษ ใช้ในกรณีพิเศษ มีความหนา1.5 Mil (1/1000”) ใช้ติดอาคารในพื้นที่ที่ต้องการความสว่าง ต้องการแสงผ่านมากๆ ไม่สะท้อนเป็นเงาด้านนอกเพื่อให้ด้านนอกมองเข้ามาเห็น เช่น โชว์รูม ร้านอาหาร หรือบานหน้ารถ การที่แสงผ่านได้มาก ความร้อนส่วนที่ตามองเห็นก็จะเข้ามามากด้วย จึงมักจะกันร้อนได้เพียงระดับหนึ่ง ฟิล์มใสมีหลายเกรด ฟิล์มใสที่กันรังสีอินฟราเรด(IR)ได้มากก็จะช่วยลดความร้อนได้สูงขึ้น ซึ่งก็มักจะแพงตามไปด้วย

  • ฟิล์มตกแต่ง เป็นฟิล์มที่ใช้ตกแต่งภายในอาคาร เช่น ฟิล์มฝ้า มีทั้งฝ้าเรียบ ฝ้าเม็ดทรายและอื่นๆ ช่วยให้มีความเป็นส่วนตัวขึ้น เช่นติดกระจกหน้าประตูหรือตามห้องต่างๆหรือนำมาตัดเป็นตัวหนังสือ เป็นแถบเส้นบังตา หรือลวดลายต่างๆ เพื่อตกแต่งสำนักงานให้สวยงาม

  • ฟิล์มนิรภัย เป็นฟิล์มพิเศษชนิดใส มีความหนา 4-25 Mil (1/1000”) (ทั่วไปมักใช้ 4 Mil) หนากว่าฟิล์มชนิดอื่นหลายเท่า รวมทั้งกาวที่เหนียวแน่นป็นพิเศษ ช่วยยึดเกาะกระจกไม่ให้แตกกระจาย เหมาะสำหรับกระจกบานใหญ่ๆหรือกระจกที่เสี่ยงต่ออันตราย เช่นในโรงงาน หรืแม้แต่ตามบ้านเพื่อช่วยป้องกันโจรกรรม ทุบกระจก